ภัยร้ายจากถั่วงอกดิบ

เชื่อว่าหลายคนคงชอบทานผัก โดยเฉพาะถั่วงอก ยิ่งถ้าทานสดๆ แบบโรยบนก๋วยเตี๋ยว หรือหอยทอด แบบว่าอร่อยมาก แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่าถั่วงอกดิบนั้น มีอันตรายถึงชีวิต  เพราะว่า…

 

 

โดยปกติถั่วงอกสวยๆ น่าทาน อย่างที่ทราบกันว่าจะมีการใช้สารฟอกขาว เพื่อให้ถั่วงอกนั้นมีสีขาวสวย อวบเต้ง กูน่าน่าทาน แต่จะมีพ่อค้าแม่ค้าหัวใส ชอบใช้สารฟอกขาวที่ไม่สามารถทานได้มาใช้ เพราะมีฤทธิ์ที่แรงกว่าสารฟอกขาวแบบทานได้ สำหรับผู้ที่ทานเข้าไป จะมีอาการท้องร่วง ปวดท้อง หัวใจเต้นแรง หายใจติดขัด ความดันโลหิตลดต่ำ โดยสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้อยู่แล้ว อาจมีอันตรายถึงชีวิต

 

 

นอกจากนั้นไม่ใช่แค่ในไทย ถั่วงอกดิบนั้นมักจะตรวจพบสารปนเปื้อนของเชื้อโรคสูง อาทิเช่นอีโคไล อีกทั้งตัวเจ้าถั่วงอกมีลักษณะที่ดูชื้น จึงเป็นทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี

 

 

ขอขอบคุณที่มาข่าวสาร : https://bit.ly/2QHTwb6

พฤษติกรรมการทานเสี่ยงต่อไทรอยด์เป็นพิ ษ

ไทรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย อยู่บริเวณส่วนหน้าของลำคอ มีหน้าที่สร้างฮอร์โมน โดยใช้ไอโอดีนจากอาหารเราที่กินเข้าไป และยังทำหน้าที่หลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนออกมาสู่กระแสเลือด เพื่อควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือดสูงและ ควบคุมการเจริญเติบโตพัฒนาการของสมอง รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมอีกด้วย

 

 

ไทรอยด์ ต่อมไร้ท่อที่มีเป็นปัจจัยหลักสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย หากมีการทำงานผิดปกติอาจทำให้เกิดโรคไทรอยด์เป็นพิษ หรือโรคขาดไทรอยด์ได้ ซึ่งถ้าเป็นโรคเหล่านี้แล้ว ต้องรีบเข้ารับการรักษาโดยด่วน แต่นอกเหนือจากการรักษาโดยแพทย์แล้ว ตัวเราเองควรควบคุมหลีกเลี่ยงอาหารต่าง ๆ ที่จะทำให้โรคไทรอยด์นั้นกำเริบขึ้นไปอีก ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คนส่วนใหญ่เลือกจะปฎิบัติ

 

 

เรามาทำความรู้จักกับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเสี่ยงต่อการเป็นโรคไทรอยด์ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

– ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ ห้ามกินอะไรบ้าง
ไทรอยด์เป็นพิษหรือไฮเปอร์ไทรอยด์ เกิดจากความผิดปกติที่ทำให้เนื้อเยื่อไทรอยด์ทำงานมากเกินปกติ ทำให้มีการสร้างฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์มากขึ้น และทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติไปด้วย จะมีอาการเหล่านี้ให้เห็น เช่น ร่างกายผอมลง หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น ร้อน เหงื่ออกเยอะ อารมณ์ไม่คงที่ หงุดหงิด นอนไม่ค่อยหลับ ซึ่งเราควรหลีกเลี่ยงอาหารที่จะไปกระตุ้นการทำงานของไทรอยด์ ดังเช่น

1.อาหารทีมีไอโอดีน สังกะสี และซีลีเนียมสูง

อาหารคที่มีไอโอดีน สังกะสี ซีลีเนียมส่วนใหญ่จะพบได้ในอาหารจำพวก ทะเล ปลา เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ กระเทียม เห็ด เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง และธัญพืชต่าง ๆ เป็นสารอาหารสำคัญที่ต่อมไทรอยด์จะนำไปใช้ผลิตฮอร์โมน ซึ่งผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือไทรอยด์เป็นพิษเป็นผู้ป่วยที่มีฮอร์โมนไทรอยด์ในร่างกายเกินความจำเป็นอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรบริโภคอาหารที่มีไอโอดีน สังกะสี และซีลีเนียมสูง เพราะจะยิ่งไปกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนเพิ่มขึ้นอีก

 

2.นมหรืออาหารเสริมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนม

ส่วนใหญ่นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมจะส่งผลกระทบใกล้เคียง กับเกลือเสริมไอโอดีนเลยทีเดียว เพราะนมก็สามารถกระตุ้นให้มีการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากในนมเต็มไปด้วยไอโอดีนและซีลีเนียมที่เป็นส่วนสำคัญต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ หากรับประทานเข้าไปในปริมาณเยอะๆ ก็จะส่งผลให้ไปกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานเพิ่มขึ้น

 

 

3.แอลกอฮอร์และคาเฟอีน

เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์อย่าง ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง เหล้า และเบียร์เป็นสิ่งไม่ดีต่อร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ดีว่าไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายสักเท่าไหร่นัก ยิ่งแล้วใหญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ เครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีนแอลกอฮอล์ยังจะทำให้การทำงานของต่อมไทรอยด์ไม่คงที่ได้อีกด้วย  ดังนั้นผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์จึงควรงดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน  ควรหันมาใส่ใจดื่มน้ำสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแทน

4.ไขมันที่เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพ

ไขมันต่าง ๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่าง ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ที่สามารถพบได้มากในคุกกี้ เค้ก เฟรนช์ฟรายส์ เพราะฉะนั้นผู้ที่ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด เพราะไขมันพวกนี้สามารถทำให้ต่อมไทรอยด์มีอาการอักเสบได้ง่าย ดังนั้นจึงควรหันมาทานไขมันจำพวกโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพแทน ซึ่งพบมากในปลาทะเล และ ปลาน้ำจืดบางชนิด

 

 

5.อาหารที่กินแล้วมีผลข้างเคียงหรือแพ้ง่าย

อาการไฮเปอร์ไทรอยด์แย่ลงได้ง่ายถ้าหากรับประทานอาหารที่แพ้ง่ายเข้าไป แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่าตัวเองแพ้อาหารอะไร โดยส่วนมากอาหารที่แพ้มักจะเป็นนม ไข่ ข้าวสาลี ถั่ว ถั่วเหลือง ปลา สัตว์น้ำที่มีเปลือกหุ้มและหอย ถ้าจะให้รู้แน่ชัดว่าตัวเราแพ้ออาหารจำพวกไหนประเภทไหนควรพบแพทย์ตรวจให้แน่ชัด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงไปกระตุ้นโรคไฮเปอร์ไทรอยด์กัน

นอกเหนือสิ่งอื่นใดแล้วจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องห้ามเหล่านี้แล้ว ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ผ่านการปรุงที่สุก ปรุงแต่งไม่เยอะ รับประทานอาหารให้ถูกหลักอนามัย และคงคุณค่าของสารอาหารไว้ให้มากๆ ทานจำพวกผักผลไม้เยอะ ๆ โดยเฉพาะกล้วย เพราะในกล้วยมีสารช่วยลดอาการเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไทรอยด์ รวมทั้งยังควรเนื้อสัตว์ประเภทโปรตีนไขมันต่ำ เช่น อกไก่ เนื้อปลา เพื่อไปช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพราะผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษมักจะมีความรู้สึกอยากรับประทานอาหารมาก แต่ทานเท่าไหร่น้ำหนักก็ไม่ค่อยขึ้น การทานโปรตีนไขมันต่ำจะช่วยให้อิ่มอยู่ท้องได้นานขึ้นผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ อาหารต้องห้ามมีอะไรมาดูกัน

สาเหตุอาจเกิดจากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ไป หรือมีอาการไทรอยด์อักเสบแบบ Hashimoto’s thyroiditis ซึหรือที่เรียกกันง่ายๆโรคแพ้ภูมิตัวเอง (autoimmune disorder)  ทำให้ผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนออกมาได้น้อย โดยจะมีอาการหนาวง่าย ท้องผูก ประจำเดือนมาผิดปกติ ปวดกล้ามเนื้อ เฉื่อย ช้า ผิวแห้ง และมีอาการซึมเศร้า ซึ่งคนที่ป่วยเป็นโรคไฮโปไทรอยด์ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

1.ถั่วเหลือง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์แบบองค์รวม ออกมาเตือนว่า ผู้ที่เป็นโรคไฮโปไทรอยด์ ไม่ควรรับประทานถั่วเหลืองหรืออาหารเสริมที่มีสารอาหารจากถั่วเหลืองเป็นส่วนประกอบ เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ
แต่จากผลงานการวิจัยจากหลายแห่งพบว่า การรับประทานถั่วเหลืองอาจไม่ได้มีกระทบต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์แต่อย่างใด เพราะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าสารในถั่วเหลืองส่งผลต่อโรคไทรอยด์ จึงทำให้ผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์สามารถทานถั่วเหลืองได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทาน ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะดีกว่า

2.ผักประเภทกะกล่ำ

ผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ไม่ควรรับประทานผักจำพวกกะหล่ำ ทั้ง กะหล่ำปลี ผักกาดขาว บรอกโคลี คะน้า และหัวไชเท้า  เนื่องจากพืชเหล่ามีสารกอยโตรเจน (goitrogen) ที่เป็นตัวไปขวางการจับไอโอดีนของต่อมไทรอยด์ เพื่อสร้างฮอร์โมนไทรอกซิน (thyroxin) ซึ่งจะทำให้เกิดคอหอยพอกนั่นเอง

แต่จริงๆแล้วพวกผักบางอย่างสามารถช่วยยับยั้งมะเร็งได้ เราจึงมีความจำเป็นต้องกินผักตระกูลนี้อยู่บ้าง ซึ่งวิธีที่จะทำให้เรากินผักตระกูลนี้ได้อย่างปลอดภัยก็คือการปรุงให้สุก พยายามหลีกเลี่ยงการกินแบบดิบๆ เพราะผักส่วนใหญ่จะมีสารเจือปนอยู่

 

 

3.ชาหรือกาแฟ

หากผู้ป่วยกินยาแล้วดื่มชาหรือกาแฟตามทันที จากการวินิจฉัยพบกว่าจะไม่มีผลใดๆต่อการรักาษาไทรอยด์เพราะในกาแฟมีคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนมีฤิทธิ์ที่สามารถไปขัดขวางการดูดซึมของฮอร์โมนไทรอยด์ได้

 

 

4.เครื่องดื่มแอลกอฮอร์

แอลกอฮอล์จะไปกระตุ้นการการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งไม่ดีต่อผู้ป่วยไทรอยด์เป็นพิษแล้ว ฤทธิ์ ของแอลกอฮอล์ยังไม่ดีต่อผู้ป่วยโรคขาดไทรอยด์เช่นกันค่ะ เพราะแอลกอฮอล์สามารถไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ ทำให้มีอาการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ และยังมีฤทธิ์ทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์ไม่สมดุลกันด้วย ดังนั้นผู้ป่วยไทรอยด์ ควรงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอร์ฮอร์จะดีที่สุด

5.กลูเตน

อาหารที่มีกลูเตน อย่างเช่น ข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์ได้โดยไม่มีผลกระทบอะไรต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้นผู้ป่วยไทรอยด์สามารถรับประทานได้ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่แพ้กลูเตนอยู่แล้ว ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนี้ไว้ด้วยค่ะ เพราะกลูเตนไปทำลายระบบการทำงานของลำไส้เล็ก และยังไปขัดขวางการดูดซึมยารักษาต่อมไทรอยด์ ไทรอยด์เป็นพิษที่ทำให้ไทรอยด์ฮอร์โมนผลิตออกมามากเกินไปได้อีก ฉะนั้นถ้าหากคุณแพ้กลูเตนควรหันมาบริโภคพวกอาหารที่ปราศจากกลูเตนแทนจะดีที่สุด

 

 

 

6.อาหารแปรรูป

ผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ต้องการไอโอดีนมาช่วยเพิ่มฮอร์โมนไทรอยด์ให้เป็นปกติ แต่ในอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก กุนเชียง อาหารกระป๋อง เป็นอาหารที่แทบจะไม่มีเกลือไอโอดีนเลย ส่วนมากจะมีแต่เกลือโซเดียมเท่านั้น จึงไม่เหมาะที่จะให้ผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ทานสักเท่าไหร่ อีกทั้งอาหารที่มีโซเดียมสูงยังสามารถทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ แล้วยิ่งผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว ถ้าได้รับสารโซเดียมมาก ๆ ก็ยิ่งไปกระตุ้นทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ง่าย

7.อาหารที่มีไขมันเยอะ

สำหรับผู้ป่วยโรคไฮโปไทยรอยด์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่ทานแล้วอ้วนง่าย อย่างเช่นขนมนมเนย มาการีน เพราะสารในอาหารพวกนี้จะไปรบกวนการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ และขัดขวางการดูดซึมยารักษาไทรอยด์ของผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ได้

8.อาหารที่มีน้ำตาลสูงมาก

โรคไฮโปไทรอยด์ทำให้ระบบกระบวนการเผาผลาญของร่างกายทำงานช้าลงได้ ดังนั้นผู้ป่วยไทรอยด์จึงควรหลีกเลี่ยงการการรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป เพราะในอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไปก็จะมีแคลอรีเยอะ ร่างกายจะเผาผลาญออกได้ช้าและจะสะสมเป็นไขมันในร่างกาย ก่อให้เกิดโรคอ้วนตามมาได้ง่ายกว่าคนปกติ นอกจากนี้หากผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงยังทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากขึ้น จนอาจส่งผลให้เป็นเบาหวานได้ด้วย

เพราะฉะนั้นผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์ควรรับประทานคืออาหารที่มีไอโอดีนมาก ๆ เช่น ปลา อาหารทะเล สาหร่าย ไข่ และนม เพราะต่อมไทรอยด์จะผลิตฮอร์โมนจากไอโอดีนที่เรากินเข้าไป เมื่อร่างกายเรามีไอโดดีนมากพอจึงช่วยทำให้ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนจนกลับมาสมดุลเป็นปกติได้

 

ท้ายสุดแล้วถึงแม้เราจะพยายามหลีกเลี่ยงในการรับประทานอาหาร บางประเภทที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆแล้ว เราควรพยายามฝึกนิสัยในการกินของตัวเราเอง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  และเมื่อเป็นควรพบแพทย์เข้ารับการรักษาจะดีกว่า

 

ขอขอบคุณที่มาข่าวสาร : https://bit.ly/2D8cxvd

พระในบ้านที่ประเสริฐสุด

มีข้อคิดดีดี สำหรับใครก็ตามที่เลี้ยงดูพ่อแม่นั่นก็คือพระในบ้านที่ประเสริฐสุดแล้วความคิดหรือแม้กระทั่งการกระทำของคุณจะเปลี่ยนไปโดยปริยาย

เรื่องมีอยู่ว่า..อาจารย์ของผมท่านได้ให้เงินแม่ประจำทุกเดือนๆละ 1,000 บาท ซึ่งมันก็เป็นเงินเดือนนะแหละพูดง่ายๆ ด้วยความสงสัยของผม ในเมื่ออาจารย์กับแม่ก็อยู่บ้านหลังเดียวกันอะไรก็ตามแต่อาจารย์ก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด  วันนึงผมตัดสินใจถามอาจารย์เพื่อให้หายข้องใจ ทำไมอาจารย์ทำแบบนี้?

 

 

คำตอบที่ได้รับจากอาจารย์ตอบว่า “ผมกำลัง ตัดรายจ่ายอยู่…ผมต้องจ่ายค่าแม่ครัวคนขับรถ คนสวน ค่าใช้จ่ายในบ้าน และให้แม่อีกเดือนละ 1,000 บาท…ตอนนี้รายได้กับรายจ่ายมันไม่ค่อยสัมพันธ์กัน ต้อง ตั ดรายจ่ายลงบ้าง”

 

 

ผมเลยบอกว่า “เงินเดือนที่ให้แม่ 1,000 ตั ดได้นี่ครับ…อาหาร 3 มื้อ อาจารย์ ก็จัดให้ท่านเรียบร้อยเสื้อผ้าก็ซื้อให้ใหม่ปีละ 3 ชุด ไม่สบายอาจารย์ก็พาหมอมาฉีดยาให้คุณแม่ตาบอดไม่ได้ไปไหนฉะนั้นเงินเดือน 1,000 นี่ตัดได้ครับ”

อาจารย์บอกว่า  ไม่ได้เด็ดขาด นี่สำคัญที่สุดเพราะเป็นเงินสำหรับหล่อเลี้ยงหัวใจแม่…คือเดือนละ 1,000 บาท

 

 

ผมฟังแล้วอึ้ง “เงินหล่อเลี้ยงหัวใจแม่” คุณเคยได้ยินกันบ้างไหม  อาจารย์บอกต่อ หัวใจต้องการอาหารที่มาหล่อเลี้ยงให้เอิบอิ่ม เบิกบาน เป็นสุข…คุณลองนึกดู คนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยนี่เป็นยังไง…มันเหมือนใจจะสลายหัวใจมันห่อเหี่ยวเฉา คนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนจะรู้ ว่าทุกๆสิ้นเดือนหรือทุกๆวันที่รู้ว่าเงินเดือนจะออก  และพอผ่านวันนั้นไปความคิดมันจะล่องลอยเฉายังไงชอบกล ไม่มีเงินจ่ายโน่นนี่นั่น สารพัดจ่าย ไม่มีเงินซื้อข้าวสารมันเฉาไปจนถึงสิ้นเดือนแม่อยู่กับเราก็จริง แต่ถ้าแม่ไม่มีเงินอยู่ในมือนี่หัวใจท่านจะเฉา พอถึงวันเงินเดือนออกทุกคนจะหน้าบานเหมือนดอกไม้ยามเช้าที่มีคนคอยรดน้ำ จิตใจสดชื่นเบิกบาน มีความสุข รับเงินเดือนมาใหม่หน้าสดใส สั่งกาแฟยังเสียงดังฟังชัด

 

 

เพราะฉะนั้นทุกๆสิ้นเดือนพอเงินเดือนออก ผมจะ บอกกับแม่ว่า วันนี้เงินเดือนออกครับผมเอาเงินใส่มือแม่ 1,000 บาทแม่ก็ให้พรเเล้วเก็บเงินไว้ใต้หมอนไว้อย่างมีความสุข1,000 บาท เลี้ยงหัวใจแม่อย่างไร…?

วันหนึ่งน้องของอาจารย์พาภรรยาไปคลอดลูกคุณแม่ก็ซื้อทองให้หลานด้วยเงิน 1,000 บาทที่เก็บสะสมไว้ ท่านกอดหลานสาว. สวมสร้อยให้พร้อมให้พรพอเด็กคนนี้โตพอพูดได้ มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้ก็จะตอบว่า“คุณย่าซื้อให้” ชี้มือไปที่คนตาบอด คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน

 

 

คือ คุณย่าไม่ใช่พ่อแม่ แต่เพราะเงิน 1,000 บาท นี่ทำให้คนตาบอดดูน่าเคารพ ถ้าคุณแม่ไม่มีเงินจะรับขวัญหลานได้อย่างไร ? เห็นไหมครับ ?ไม่ใช่ว่าพอโตขึ้น มีคนถามว่าคนนี้เป็นใครเด็กบอกว่ายายแก่ตาบอด ที่มาอาศัยพ่อแม่ฉันอยู่เห็นหรือยังคุณว่าเงินเดือน 1,000 บาทนี่ทำให้คนแก่ตาบอดมีคุณค่าขึ้นมาได้

 

 

วันดีคืนดี แม่ครัวล้างชามเสร็จคุณแม่ก็บอกให้มานวดขาให้แม่ครัวหน้ามุ่ยทำงานเหนื่อยยังต้องมานวดให้อีก นั่งขยำ คว่ำหน้าพอนวดเสร็จคุณย่าหยิบเงินให้ 100 บาทแม่ครัวยิ้มหน้าบาน ยกมือไหว้ ขอบคุณค่ะวันรุ่งขึ้นพอล้างจานเสร็จ รีบวิ่งมานั่งใกล้วันนี้นวดอีกไหมคะคุณย่า? เห็นไหมเงินเดือน 1,000 บาทที่เราให้แม่ของเรามีฤทธิ์ขึ้นมา

 

 

ได้มีคนมายกมือไหว้ มีคนมาปรนนิบัติมีคนมานวดให้ ถ้าไม่มีเงินเดือน 1,000 บาทนี้แม่เราจะมีฤnธิ์ได้อย่างไร? บันไดไปสวรรค์ด้วยเงิน 1,000 บาท

วันหนึ่ง กำนันมาที่บ้านอาจารย์มาปรึกษาหารือว่าจะปรับปรุงห้องน้ำวัดที่ชำรุดทรุดโทรม แม่อาจารย์ได้ยินก็เรียกอาจารย์แล้วคุณแม่ก็ยกหมอนขึ้น นับเงินมาจำนวน 5,000 บาท บอกให้กำนันเอาปรับปรุงห้องน้ำวัดเห็นมั๊ยว่าเงินเดือน 1,000 บาท นี่แหละที่เราให้เป็นบันไดพาแม่ไปสวรรค์…

 

 

นี่ถ้าแม่ไม่มีเงินในมือแม่จะได้ทำบุญไหมพอกำนันได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว ก็เดินผ่านไปบ้านถัดไปลุงแก่บ้านโน้นก็กำลังเก็บผ้าอยู่ในบ้านกำนันตะโกนข้ามรั้ว ทำบุญสร้างส้วมไหมลุง? ลุงข้างบ้านตอบ“ลุงไม่มีเงินหรอก ลุงอาศัยลูกสาวเขาอยู่เดี๋ยวเผื่อลูกสาวเขากลับมาทันจะขอเงินเขาทำบุญ”

เพราะลูกของลุงไม่เคยให้เงินเดือนลุง ลุงเป็นแค่คนเก็บผ้าของลูก ลุงคนนี้ไม่มีเงินเพราะลูกเอามาเลี้ยงเอาไว้คอยเก็บผ้าเป็นยังไงบ้างครับเห็นอิทธิพลของเงิน 1,000 บาท กันหรือยัง…“ที่เรียกว่าเงินเลี้ยงหัวใจแม่” แล้ววันนี้คุณมีเงินเลี้ยงหัวใจแม่” แล้วหรือยัง ?

  

 

แหล่งที่มา : yimkengg.com

อันตรายถึงชีวิต คำเตือน จากแพทย์ เกี่ยวกับแก้วน้ำสแตนเลส

ในชีวิตประจำวันปัจจัยหลักสำหรับร่างกายคือการดื่มน้ำวันละ  8 แก้ว ถึงจะเพียงพอสำหรับร่างกายในหนึ่งวันและคนเรามักจะใช้แก้วน้ำสแตนเลส หรือแก้วสำหรับเก็บอุณหภูมิน้ำ เพื่อความสะดวกสบาย แต่………ใครจะรู้ว่า แก้วสแตนเลสหรือแก้วน้ำเก็บอุณหภูมินั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เรามาดูกันว่าผลของการใช้แก้วน้ำสแตนเลสนั้นเป็นอย่างไร

 

 

ซึ่งผลจากตรวจสอบของผู้ป่วยรายหนึ่งในต่างประเทศ อายุ  50 ปี และตลอดระยะเวลา 30 ปีกับการขับรถของเค้า พบว่าร่างกายแข็งแรง สุขภาพเป็นปกติ ทุกอย่างดูดีไปหมด มีอยู่เช้าวันหนึ่ง แล้วเช้าวันหนึ่ง เขาก็เกิดอาการ  BrainFart  หรือถ้าเป็นภาษาไทย เรียกว่า  ตดสมอง

 

 

อาการที่เรียก ว่า ตดสมอง คือเกิดการหลงๆลืม เบลอๆ จู่ๆเรื่องง่ายๆคือคิดไม่ออก เช่นลืมว่าของตัวเองเก็บไว้ที่ไหนหรือบางทีลืมเรื่องที่คิดในใจไว้ เค้าได้ขับรถไปชนร้านอาหารแห่งหนึ่งแบบงงๆ รู้ตัวอีกที คือเกิดอะไรขึ้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่โชคดีที่เค้าไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด  เค้าจึงตัดสินในไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายตัวเอง  ผลจากการตรวจก็พบว่าเยื่อหุ้มสมองเสื่อม และยังพบอีกว่าไตของเค้านั้นไม่ดีเอาซะเลย

 

 

ท้ายสุดแล้วเค้าก็ได้รับการตรวจร่ายกายอย่างละเอียดอีกครั้งโดยถูกส่งตัวไปยังแผนกไตโดยเฉพาะ เมื่อแพทย์ทำการตรวจร่างกายของเค้าแล้ว ก็พบว่าร่ายกายเค้าอ่อนเพลียง่าย กลิ่นปากแรง แพทย์จึงลงความเห็นจากการวินิจฉัยเป็นปฎิกิริยาที่เกิดจากสารโลหะ ซึ่งเป็นผลมากการที่มีตะกั่วเข้าสู่ร่างกายมาเป็นระยะเวลานานมีข้อสงสัยว่าตะกั่วเข้าสู่ร่างกายคนเราได้อย่างไร นั้น

 

 

จากการใช้ชีวิตประจำวันของเขา ก็พบว่าในทุกๆวันเขาจะใช้แก้วน้ำเพื่อสำหรับเก็บความร้อนเย็นเป็นระยะเวลานาน และพบอีกว่ารอยร้าวของแก้วน้ำมีสนิมเกาะ เพราะเขาไม่เคยเปลี่ยนแก้วน้ำเลย และตลอดระยะเวลา  20 ปี เขามักจะดื่มกาแฟโดยใช้แก้วน้ำเก็บความร้อนเย็นนี้  เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร่ายกายของเขาจึงมีโลหะ หรือตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เยื่อหุ้มสมองทรุดโทรมอย่างหนัก และที่เรียกกันสั้นๆว่า สมองเสื่อม

 

 

คำเตือนจากแพทย์ คือ ควรใช้แก้วน้ำเก็บความร้อนเย็น นี้อย่างระมัดระวัง ซึ่งมีผลข้างเคียงต่อร่างกาย แพทย์จึงได้ออกมาเตือน เรื่องการใช้ “แก้วน้ำสแตนเลสเก็บความร้อนเย็น” ให้ใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจจะเกิดผลข้างเคียงกับร่างกายได้ โดยมีประเด็นหลักอยู่ 4 ข้อ

         แก้วน้ำที่ใช้นั้นควรมีคุณภาพที่ได้มาตรฐาน เพราะแก้วน้ำที่มีราคาถูกมักจะไม่ได้ตามมาตรฐาน เพราะฉะนั้นอย่าเห็นแค่ว่าราคามันถูก

         แก้วน้ำที่ราคาถูกๆ มักจะมีระยะเวลาการใช้งานได้ไม่นาน ต้องหมั่นตรวจสอบดูว่าแก้วน้ำที่ใช้นั้นเสื่อมสภาพหรือยัง

         หรือถ้าหากจำเป็นต้องใช้แก้วน้ำเก็บความร้อนเย็นนี้ เพื่อใส่เครื่องดื่ม อย่างเช่น น้ำเต้าหู้ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ควรจะรีบดื่มให้หมดภายใน  2 ชม. เพราะไม่ใช้นั้นจะทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย

         ส่วนใหญ่เครื่องดื่มประเภทโปรตีนเมื่อยังมีค้างในแก้วน้ำอยู่ จะก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ควรรีบล้างให้สะอาดตากให้แห้งสนิทโดยเฉพาะบริเวณฝาปิดมักจะทำความสะอาดยาก ดังนั้นควรทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานๆ

 

 

ท้ายสุดแล้วไม่ว่าคนเราจะใช้แก้วน้ำแบบไหน ปัจจัยหลักสำคัญ คือ เรื่องของความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำหรือภาชนะอย่างไหนก็ตาม ควรหมั่นทำความสะอาดเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย เพียงแค่คนเรารักษาความสะอาดอยู่เสมอก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว

 

 

ขอขอบคุณที่มาข่าวสาร : https://bit.ly/2XGT3Hx

ธุรกิจอุตสาหกรรมแจกโบนัสกระจาย ประจำปี2562

ถ้ากล่าวถึงคำว่าโบนัส สำหรับใครหลายๆคน ที่ทำงานไม่ว่าจะเป็น บริษัท ฯ ห้างร้าน ฯ อุตสาหกรรมในโรงงาน หรือจะเป็นธุรกิจอื่นๆ ก็ตาม เชื่อกันว่า ขวัญและกำลังใจนอกเหนือจากเงินเดือนแล้ว ก็คือ เงินโบนัส นั่นเอง

 

 

ล่าสุดสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีโรงงานหลายๆ บริษัทฯ และเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุด ครอบคลุมหลายๆจังหวัดซึ่งแน่นอนว่า กลุ่มบริษัทฯ เหล่านี้ จะต้องมีผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ นอกเหนือจากเงินเดือน ก็น่าจะเป็นโบนัสที่เป็นปัจจัยหลักสำหรับการมีแรงกายแรงใจต่อสู้ในการทำงาน เรามาดูกันว่า บริษัท ฯ ทั้งหลายเหล่านี้ มีบริษัทไหนบ้างที่แจกโบนัสเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานกันบ้าง

 

 

บริษัท โตโยต้า ทูโช ฟอร์คลิฟท์ (ไทยแลนด์) จำกัด
 แจกเงินโบนัส 10.5 เดือน  เงินพิเศษเพิ่มอีก 4-5%

ภาพจาก เฟซบุ๊ก หนุ่มสาวโรงงาน

 

บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย จำกัด
แจกเงินโบนัส 8.05 เดือน   เงินพิเศษเพิ่มอีก 22,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง

 

บริษัท ฮีโน่มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จำกัด
แจกเงินโบนัส 7.8 เดือน  และยังเพิ่มเงินเดือนให้อีก 6.4 เปอร์เซ็นต์ เงินพิเศษเพิ่มอีก 22,000 บาท

 

 ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง

 

บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริค ไทย ออโต้พาร์ จำกัด
แจกเงินโบนัส 7.5 เดือน เงินพิเศษเพิ่มอีก 7,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง

 

บริษัท มารูยาซึ อินดัสตรีส์ (ไทยแลนด์) จำกัด
แจกเงินโบนัส 5 เดือน เงินพิเศษเพิ่มอีก 25,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง

 

บริษัท ยามาเซอิ (ประเทศไทย) จำกัด
แจกเงินโบนัส 4.7 เดือน เงินพิเศษเพิ่มอีก 37,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท ออฟโร้ด แอคเซสซอรี่ส์ จำกัด
แจกเงินโบนัส 3 เดือน  เงินพิเศษเพิ่มอีก 50,500 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท อัสโน่ โฮริเอะ (ไทยแลนด์) จำกัด         

แจกเงินโบนัส 5 เดือน เงินพิเศษเพิ่มอีก 17,500 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง

 

บริษัท ซัมมิท ฟูจิกิโกะ คูราตะ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
แจกเงินโบนัส 3.6 เดือน  เงินพิเศษเพิ่มอีก 40,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท บางกอกอิสเทิร์นคอยล์เซ็นเตอร์ จำกัด
แจกเงินโบนัส 3 เดือน  เงินพิเศษเพิ่มอีก 38,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท ฟอร์ดไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม)
แจกเงินโบนัส 5.8 3 เดือน  เงินพิเศษเพิ่มอีก 37,555 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท โทแอคส์ (ประเทศไทย) จำกัด
แจกเงินโบนัส 6 เดือน เงินพิเศษเพิ่มอีก 14,500 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง

 

บริษัท เจเทคโตะ ออโตโมทีฟ (ไทยแลนด์)
แจกเงินโบนัส 5 เดือน เงินพิเศษเพิ่มอีก 15,000 บาท และ ยังมีสำหรับเทศกาลวันสงกรานต์มีเงินพิเศษเพิ่มให้อีก 5,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท โยโกฮาม่า ไทร์ แมนูแฟคเจอริ่งประเทศไทย จำกัด
แจกเงินโบนัส 4.5 เดือน  เงินพิเศษเพิ่มอีก 26,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท มิตซูบิชิ เทอร์โบชาร์จเจอร์ เอเชีย จำกัด
แจกเงินโบนัส 5.3 เดือน และยังเพิ่มเงินเดือนให้อีก 4 เปอร์เซ็นต์  เงินพิเศษเพิ่มอีก 25,000 บาท  แถมเงินพิเศษเพิ่มอีก 3,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท เอ็มจี (ประเทศไทย) จำกัด
แจกเงินโบนัส 2 เดือน เงินพิเศษเพิ่มอีก 45,000 บาท

 

ภาพจาก เว็บไซต์ ข่าวสารชลบุรีระยอง


บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด
แจกเงินโบนัส 7.5 เดือน และ ยังคงมีเพิ่มเงินเดือนอีก 5.1 เปอร์เซ็นต์ เงินพิเศษเพิ่มอีก 24,500
บาท

 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก หนุ่มสาวโรงงาน

 

ขอขอบคุณที่มาข่าวสาร : https://bit.ly/333cgUY

สาวๆ ควรรู้สาเหตุของช็อกโกแลตซีสต์

โดยปกติอาการเจ็บป่วยเริ่มแรกมักไม่แสดงออกให้เราได้รู้ตัว แต่มักจะตรวจพบเมื่อวันที่สายไป หรือมีอาการหนักจนน่าเป็นห่วง หลายรายต้องพบจุดจบของชีวิต เพราะรักษาไม่ทัน โรคที่ผู้หญิงเรานั้นตรวจพบได้บ่อยมาก และปัจจุบันเริ่มมีผู้หญิงหลายรายป่วยด้วยโรคนี้

 

 

นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี ได้ออกมาเผยถึงอาการป่วยยอดฮิตของสาวๆ สมัยนี้ คงหนีไม่พ้น “ช็อกโกแลตซีสต์” หรือ “ถุงน้ำช็อกโกแลต” โดยส่วนมากจะพบก้อนช็อกโกแลตซีสต์ในรังไข่ สาเหตุการเกิดคือ ประจำเดือนส่วนหนึ่งไหลย้อนไปที่ปีกมดลูก โดยได้นำเซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกไปด้วย เมื่อประจำเดือนส่วนนั้นที่มีเซลล์ร้ายปนเปื้อนไปด้วยไปฝังตัวที่จุดต่างๆ ก็จะเกิดถุงน้ำดีขึ้นที่บริเวณอวัยวะนั้น รวมไปถึงที่รังไข่ก็จะเป็นช็อกโกแลตซีสต์

 

 

แต่นอกจากสาเหตุที่นายแพทย์สุกรมกล่าวไว้ ผศ.ผญ.ทัศน์วรรณ รังรักษ์ศิริวร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาติไทย ก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมของสาเหตุช็อกโกแลตซีสต์ คือ

สาเหตุที่ 1 พันธุกรรม โดยหากพบคนในครอบครัวที่ป่วย หรือเคยป่วยเป็นช็อกโกแลตซีสต์ จะมีโอกาสเป็นช็อกโกแลตซีสต์มากกว่าคนทั่วไปถึง 10 เท่า

สาเหตุที่ 2 มีประจำเดือนบ่อยกว่าปกติ คนปกติจะมีประจำเดือน 28 วันครั้ง

สาเหตุที่ 3 ประจำเดือนมามากผิดปกติ

สาเหตุที่ 4 มีบุตรช้า

สาเหตุที่ 5 ตรวจพบอาการมีบุตรยาก

 

 

 

อาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์นั้นจะมีอาการปวดท้องทุกครั้งที่รอบเดือนมา โดยจะปวดท้องมาก จนบางครั้งหมดแรงไม่สามารถทำอะไรได้เลย อีกทั้งตอนมีเพศสัมพันธุ์ก็จะมีอาการเจ็บปวดทรมานมาก หากใครอยู่ในสุ่มเสี่ยง ทั้งสาเหตุ และอาการ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง แนะนำว่าให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อตรวจหา รักษาต่อไป

 

 

ขอขอบคุณที่มาข่าวสาร : https://bit.ly/2KJvdFR

น้องสาว เหม ภูมิภาฑิต น้ำตาคลอเผยพ่อแม่ยังทำใจไม่ได้ ปมหนี้ 15 ล้านเพิ่งรับรู้


ยังคงทำใจไม่หายสำหรับครอบครัวนิตยารส ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างนักแสดงหนุ่ม เหม-ภูมิภาฑิต นิตยารส เป็นการจากกันโดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำร่ำลา ปมเหตุของการเลือกจบชีวิตตัวเองของ เหม ภูมิภาทิต คาดจากการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าที่เจ้าตัวยังคงต้องเข้ารับการรักษาอยู่

ด้านน้องสาว เมย์ ณัฐนพิน ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงว่า “ส่วนตัวเมย์พอทราบมาบ้างว่าเขาป่วย เขาเคยพูด 2-3 ครั้งว่าไปหาหมอมาและได้ยามากิน แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด เราก็ไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจแบบนี้ ส่วนใหญ่เวลาคุยกับที่บ้าน เขาก็จะคุยเรื่องปกติทั่วไป ไม่ค่อยเล่าถึงปัญหาเท่าไหร่ เมย์ทราบข่าวการเสียชีวิตของเขาเมื่อวานตอนประมาณ 17.00 น. และมาถึงที่เกิดเหตุตอน 18.00 น. ส่วนปัญหาเรื่องการเงินของเขา เมย์ทราบเรื่องตั้งแต่ตอนที่เขามีข่าว เราก็คิดว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องเล็กน้อย วันหนึ่งก็คงจะผ่านไปได้ ไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจอะไรแบบนี้”

“สำหรับเรื่องที่เขาไปค้ำประกันให้เพื่อนจนเป็นหนี้ 15 ล้าน อันนี้เมย์ก็เพิ่งทราบเรื่องเหมือนกัน เมย์ทราบแค่ว่าเขามีเรื่องหนักใจ แต่เรื่องอะไรบ้าง เมย์ไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นเรื่องเพื่อน หรือเรื่องอะไร วันนี้เพื่อนเขามาหลายคน แต่ก็ไม่ได้ถาม อย่างที่บอกว่าเมย์ไม่ค่อยได้คุยกับฮาฟ (ชื่อเก่าของเหม) เท่าไหร่ ตัวเขาไม่ค่อยพูด เราก็ไม่ค่อยพูด ที่บ้านไม่ทราบจริงๆ เรื่องหนี้ 15 ล้านก็เพิ่งทราบจริงๆ เขาไม่ได้บอก เรารู้แค่เรื่องปัญหาค่าเช่า แค่นั้นจริงๆ”

“ทุกครั้งที่เจอกันฮาฟจะคุยเรื่องทั่วไป ถามเป็นยังไงบ้าง ชวนกินข้าว พูดถึงปัญหาเรื่องเงินบ้าง เราเป็นพี่น้องกัน เรื่องเงินเล็กน้อยมาก เมย์ยืมเขาบ้าง เขายืมเมย์บ้างเป็นธรรมดา ส่วนเรื่องที่พี่มดดำออกมาพูดเรื่องที่ฮาฟเป็นหนี้ เมย์ยังไม่ทราบค่ะ และส่วนตัวก็ไม่เคยคุยกับพี่มดดำ เมย์ไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจของฮาฟเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินหรือเปล่า แต่เมย์คิดว่าคนเราทุกคนมีปัญหากันหมด ไม่ว่าจะเครียดแค่ไหน ถ้าเขาไม่ป่วยจริงๆ คงไม่มีใครอยากเสียชีวิต”

IG: hem_ppdเหม ภูมิภาฑิต เลือกจบชีวิตด้วยการจากโลกนี้ไป

“ส่วนแฟนสาวของฮาฟ เมย์มีโอกาสได้คุยกับเขาแล้ว เขาไม่ได้เล่าอะไรมากมาย เพราะยังช็อกอยู่ ส่วนจดหมายลา ต าย เมย์ทราบและได้เห็นแต่ไม่ได้อ่าน ลบไปแล้ว เลยไม่รู้ว่ารายละเอียดในจดหมายเป็นยังไง เขาส่งเป็นรูปมาแล้วเราก็โทรไปคุย บอกเขาว่าอย่าทำแบบนี้ คือถ้ารู้เราก็จะพยายามรั้งเขาตลอด ไม่มีใครอยากให้เกิด ถามว่าระยะเวลาจากครั้งนั้นจนถึงตอนนี้นานมั้ย เมย์จำไม่ได้ จำได้แค่ระยะเวลาหลักเดือนค่ะ เขาส่งสัญญาณมาเรื่อยๆ เราเห็นแต่ก็มองข้าม คิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะเราเป็นคนปกติไม่ได้คิดอะไร ด่าหรือบ่นก็จบ แต่สำหรับเขา เขาเก็บจริงๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยด่าใคร เลยไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง”

“ด้านสภาพจิตใจพ่อกับแม่แย่ค่ะ เราก็ให้กำลังใจกันด้วยการกอด พูดอะไรมากไม่ได้นอกจากบอกว่าสู้ๆ สำหรับเมย์ฮาฟคือพี่ชายที่แสนดี ถึงเขาจะอารมณ์ร้ายบ้าง ตอนเด็กๆ ทะเลาะกันตามประสาพี่สาน้องสาวบ้าง แต่โดยรวมแล้วดีค่ะ เมย์อยากจะบอกเขาว่าไม่ต้องห่วงและเป็นกำลังใจให้เมย์ด้วย เขาไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว หลังจากนี้เมย์จะเป็นเสาหลักแทนให้”  น้องสาวของเหมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

พ่อ ดร.ภิญโญ ดีใจแพรวายอมชดใช้คดี 9 ศ พ แต่เงินทดแทนชีวิตลูกชายไม่ได้

(6 ..62) จากกรณี นายกรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจากครอบครัว ..อรชร หรือแพรวา เทพหัสดิน อยุธยา นำเงินจำนวน 41,755,050.79 บาท มาวางที่ศาลเพื่อเยียวยาให้กับผู้เสียหายคดีซีวิคชนรถตู้ 9 ศ พ ตามที่ศาลมีคำพิพากษา

 แพรวา มอบอำนาจทนายหนุ่ม กรรชัย จ่ายเงินเยียวยา 41 ล้าน ยังขาดอีก 8 แสน

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 125 .5 .บ่อแร่ .วัดสิงห์ .ชัยนาท พบนายโสภณ จินันทุยา อายุ 73 ปี และ นางบังเอิญ จินันทุยา อายุ 63 ปี พ่อแม่ของ ดร.ภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี ผู้ช่วยคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 ในเหยื่อของ แพรวา 9 ศ พ เพื่อสอบถามและพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว

นางบังเอิญ จินันทุยา แม่ของ ดร.ภิญโญ เผยว่า ซึ่งของใช้ของลูกชายยังอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งโน้ตบุ๊ก นาฬิกาที่ใส่ ยังอยู่ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยนคือที่รูปหน้าศ พ พอรู้สึกคิดถึงลูกก็จะมานั่งมองที่รูปเป็นประจำ

ด้านนายโสภณ จินันทุยา พ่อของ ดร.ภิญโญ เปิดเผยว่า สิ่งที่ครอบครัวแพรวาจะชดเชยนั้น ไม่สมกับสิ่งที่เราต้องสูญเสียคือลูกชายคนโต มันไม่สามารถเทียบกันได้ ลูกชายไปเรียนเมืองนอกมาเป็นเวลา 7 ปี เพื่อครอบครัวของเรา และครอบครัวของเขา ที่เพิ่งสร้างกับภรรยาไม่กี่ปี ต้องมลายสูญหายไป อนาคตที่สดใสกำลังรออยู่ ไม่ว่าเงินจะมากขนาดไหนก็ไม่สามารถทดแทนชีวิตลูกได้ แต่ก็ดีใจที่หลายๆ ครอบครัวที่สูญเสียจะได้เงินชดเชยคืนหลังเรื่องนี้ถูกดองไปหลายปี ต่อไปต้องรอดูผลการดำเนินงานของทาง รมต. กระทรวงยุติธรรม ว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร และควรที่จะเยียวยาให้เร็วที่สุดหากได้ข้อยุติ

เหตุผลที่ อ า ห า ร 9 อย่าง ไม่ควรแช่ในตู้เย็น

เหตุผลที่ อ า ห า ร 9 อย่าง ไม่ควรแช่ในตู้เย็น

ส่วนใหญ่เวลาที่เราซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร หรือ ผัก ผลไม้ที่ทานไม่หมด เรามักจะนำเข้าตู้เย็น เพราะ มีความเชื่อว่า การนำวัถุดิบไปเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น จะทำให้ยืดอายุ ผัก ผลไม้ ให้นานมากขึ้น ช่วยเก็บรักษา และ ถนอมอาหารไว้ได้นานขึ้น แต่ก็ยังมีวัถุดิบอีกหลายอย่าง ที่เราไม่ควรจะนำไปแช่ในตู็เย็น เพราะ อุณหภูมิที่เย็น และ แห้ง ในตู้เย็นนั้น ทำให้กระบวนการสุกไม่เป็นไปตามธรรมชาติ หรือ พืชผัก ผลไม้ หรือ วัตถุดิบ บางชนิดไม่ได้ทนต่อความเย็น ทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง รสชาติเปลี่ยนไป หรือ อาจเสี ง่ายกว่าเดิม ซึ่งวันนี้เราก็ได้นำ 9 วัตถุดิบ ที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นมาฝากทุกคน

 

ทางรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล โดยได้ไปสัมภาษณ์ผู้มีความรู้ด้านนี้จาก ดร.ภมรินร์ ไวเมลืองอรเอก อาจารย์ประจำ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ อาหารบางประเภทที่ไม่ทนต่อความเย็น ทั้ง 9 อย่าง ว่าเป็นความจริงที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น ไว้ดังนี้

1. มะเขือเทศ

การนำมะเขือเทศไปแช่เย็น จะเป็นการไปยับยั้งกระบวนการสุกของมะเขือเทศตามธรรมชาติ ทำให้มะเขือเทศนั้นเละ และ มีรสชาติความอร่อยไม่เท่าการวางไว้ในอุณหภูมิห้อง

2. กระเทียม

กระเทียมเป็นพืชที่ชอบอากาศแห้ง และ มีลมถ่ายเทได้สะดวก กระเทียมนั้นสามารถดูดความชื้นเข้ามาเก็บไว้กับตัวเองได้สูง ดังนั้นหากเก็บไว้ในตู้เย็นนานๆ อาจจะมีการงอกของต้นกระเทียมได้ และ อาจขึ้นราได้ การเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง และ ที่ๆมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกจะสามารถเก็บไว้ได้นานกว่า

3. หัวหอม

หัวหอมก็เป็นผักที่มีความชื้นสูงเช่นกัน ควรเก็บไว้ในที่แห้ และมีอากาศถ่ายเท การนำหัวหอมไปเก็บไว้ในตู้เย็นจะทำให้เกิด าได้ง่ายขึ้น แต่ในกรณีที่มีการปอกเปลือก หรือหั่นแล้ว ควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของ ที รี

4. โหระพา

โหระพานั้น จะมีความอ่อนไหวต่อความเย็น หากเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ จะทำให้เกิดอาการสะท้านหนาว จะทำให้ใบมีความช้ำ เป็นสีดำ และหลุดร่วงได้ง่าย ถ้าอยากเก็บโหระพาให้ได้นานๆ ให้ใช้วิธีปักแช่น้ำไว้ แล้วทำการเปลี่ยนน้ำทุกวันหรือ 2 วันครั้ง

5. แตงโม

จากงานวิจัยพบว่า การเก็บแตงโมทั้งลูกไว้ที่อุณหภูมิห้องนั้น จะทำให้สามารถ รั ตี้ออกซิแดนซ์ได้ดีกว่าการนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ถ้าหากเป็นแตงโม ที่มีการผ่ หรือหั่นจากเปลือกแล้ว ก็ควรเก็บในตู้เย็นจะดีกว่า

6. กาแฟ

กาแฟควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง มีภาชนะปิดมิดชิด กาแฟนั้นมีความสามารถในการดูดกลิ่นได้ดี หากเรานำกาแฟไปเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วปิดไม่ดี กาแฟจะไปดูดกลิ่นของผัก ผลไม้ที่อยู่ในตู็เย็นมา อาจทำให้รสชาติที่ได้รับเวลาชงดื่มไม่ดีไปด้วย

7. น้ำผึ้ง

หากนำน้ำผึ้งไปแช่เย็น จะทำให้ตกผลึก เวลาจะนำมาใช้ก็จะยุ่งยากในการเทออกมา แต่ถ้าหากอยากจะแช่ในตู็เย็น เวลาจะใช้ก็เพียงแค่นำขวดใส่น้ำผึ้งมาแช่กับน้ำอุ่นก็ได้

8. น้ำมันพืช

น้ำมันพืชไม่มีความจำเป็นที่จะนำไปเก็บในตู้เย็น หรืออุณหภูมิเย็น เพราะไม่มีปัจจัยสำหรับไปกระตุ้น การทำให้เกิดจุ ลิ รี ย์ อยู่แล้ว

9. ขนมปังแผ่น

หากเรานำขนมปังไปเก็บในที่ที่อุณหภูมิต่ำ หรือเย็น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโมเลกุลแป้ง ซึ่งจะทำให้ขนมปังมีความแห้ และหยา บกระด้า แต่ถ้าหากอยากจะเก็บขนมปังไว้กินนานๆ แนะนำให้เก็บเข้าช่องแช่แข็งไปเลย เวลาจะรับประทาน ก็แค่นำออกมาตั้งที่อุณหภูมิห้อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ชัวร์ก่อนแชร์ดร.ภมรินร์ ไวเมลืองอรเอก

ความรู้ทั่วไป ทั้งหมด

เฮง จริงๆ ศิริพร อำไพพงษ์ถูกลอตเตอรี่ชุดใหญ่หลายแสน งวด 1 ส.ค.

ทำเอาแฟนเพลงและคอหวยเสียดายกันยกใหญ่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศิริพร อำไพพงษ์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เพิ่งถอยรถตู้คันใหม่ป้ายแดงมาเชยชม และแฟนๆ ที่เห็นก็ถึงขั้นซูมเลขทะเบียน และเอาไปซื้อลอตเตอรี่กันใหญ่

และหลังจากที่ผลสลากกินแบ่งงวดวันที่.. ประกาศออกมา ศิริพรก็ได้โพสต์ภาพที่ถือลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลเลขท้ายสองตัว 58 แม้จะไม่ใช่เลขทะเบียนรถคันใหม่ แต่ต้องบอกเลยว่าศิริพรดวงดีจริงๆ และคราวนี้ก็ถูกถึง 2 ชุดใหญ่ นับแล้วหลายใบมาก พร้อมกับเขียนแคปชั่นไว้ด้วยว่า

สาธุ บุญบารมีที่ลูกตั้งใจสร้างถวายทาน ดลบันดาลไห้ลูกมีโชคลาภลอยอีกครั้ง วันนี้เฮงๆ 2 ชุดใหญ่ค่ะ

และยังไม่แค่นั้น เพราะว่าศิริพรที่ได้ออกมาโพสต์ตามแคปชั่นว่า “ขอขอบคุณสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตเพิ่มอีก15 ใบรางวัลที่5 ค่ะงวดต่อๆไปขอ fc ทุกคนโชคดีเหมือนๆกันอีกนะค่ะสาธุสาธุสาธุ…”

ภาพลอตเตอรี่ชุดใหญ่ 15 ใบ และบอกว่าถูกรางวัลที่ 5 ด้วย ซึ่งคิดแล้วก็เป็นเงินกว่า 3 แสนบาท นี่ยังไม่นับที่ถูกเลขท้ายก่อนหน้านี้ด้วยนะ เรียกว่ารับทรัพย์ไปเต็มๆ งวดนี้ 1 ..

นอกจากแฟนๆ จะเข้ามาแสดงความยินดีกับศิริพรแล้ว ก็มีแต่คนบอกว่างวดหน้าขอให้พี่นางโชว์ลอตเตอรี่ที่ซื้อให้ดูบ้าง เผื่อจะเฮงไปด้วยกัน