น้องสาว เหม ภูมิภาฑิต น้ำตาคลอเผยพ่อแม่ยังทำใจไม่ได้ ปมหนี้ 15 ล้านเพิ่งรับรู้


ยังคงทำใจไม่หายสำหรับครอบครัวนิตยารส ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างนักแสดงหนุ่ม เหม-ภูมิภาฑิต นิตยารส เป็นการจากกันโดยที่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำร่ำลา ปมเหตุของการเลือกจบชีวิตตัวเองของ เหม ภูมิภาทิต คาดจากการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าที่เจ้าตัวยังคงต้องเข้ารับการรักษาอยู่

ด้านน้องสาว เมย์ ณัฐนพิน ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงว่า “ส่วนตัวเมย์พอทราบมาบ้างว่าเขาป่วย เขาเคยพูด 2-3 ครั้งว่าไปหาหมอมาและได้ยามากิน แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด เราก็ไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจแบบนี้ ส่วนใหญ่เวลาคุยกับที่บ้าน เขาก็จะคุยเรื่องปกติทั่วไป ไม่ค่อยเล่าถึงปัญหาเท่าไหร่ เมย์ทราบข่าวการเสียชีวิตของเขาเมื่อวานตอนประมาณ 17.00 น. และมาถึงที่เกิดเหตุตอน 18.00 น. ส่วนปัญหาเรื่องการเงินของเขา เมย์ทราบเรื่องตั้งแต่ตอนที่เขามีข่าว เราก็คิดว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องเล็กน้อย วันหนึ่งก็คงจะผ่านไปได้ ไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจอะไรแบบนี้”

“สำหรับเรื่องที่เขาไปค้ำประกันให้เพื่อนจนเป็นหนี้ 15 ล้าน อันนี้เมย์ก็เพิ่งทราบเรื่องเหมือนกัน เมย์ทราบแค่ว่าเขามีเรื่องหนักใจ แต่เรื่องอะไรบ้าง เมย์ไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นเรื่องเพื่อน หรือเรื่องอะไร วันนี้เพื่อนเขามาหลายคน แต่ก็ไม่ได้ถาม อย่างที่บอกว่าเมย์ไม่ค่อยได้คุยกับฮาฟ (ชื่อเก่าของเหม) เท่าไหร่ ตัวเขาไม่ค่อยพูด เราก็ไม่ค่อยพูด ที่บ้านไม่ทราบจริงๆ เรื่องหนี้ 15 ล้านก็เพิ่งทราบจริงๆ เขาไม่ได้บอก เรารู้แค่เรื่องปัญหาค่าเช่า แค่นั้นจริงๆ”

“ทุกครั้งที่เจอกันฮาฟจะคุยเรื่องทั่วไป ถามเป็นยังไงบ้าง ชวนกินข้าว พูดถึงปัญหาเรื่องเงินบ้าง เราเป็นพี่น้องกัน เรื่องเงินเล็กน้อยมาก เมย์ยืมเขาบ้าง เขายืมเมย์บ้างเป็นธรรมดา ส่วนเรื่องที่พี่มดดำออกมาพูดเรื่องที่ฮาฟเป็นหนี้ เมย์ยังไม่ทราบค่ะ และส่วนตัวก็ไม่เคยคุยกับพี่มดดำ เมย์ไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจของฮาฟเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินหรือเปล่า แต่เมย์คิดว่าคนเราทุกคนมีปัญหากันหมด ไม่ว่าจะเครียดแค่ไหน ถ้าเขาไม่ป่วยจริงๆ คงไม่มีใครอยากเสียชีวิต”

IG: hem_ppdเหม ภูมิภาฑิต เลือกจบชีวิตด้วยการจากโลกนี้ไป

“ส่วนแฟนสาวของฮาฟ เมย์มีโอกาสได้คุยกับเขาแล้ว เขาไม่ได้เล่าอะไรมากมาย เพราะยังช็อกอยู่ ส่วนจดหมายลา ต าย เมย์ทราบและได้เห็นแต่ไม่ได้อ่าน ลบไปแล้ว เลยไม่รู้ว่ารายละเอียดในจดหมายเป็นยังไง เขาส่งเป็นรูปมาแล้วเราก็โทรไปคุย บอกเขาว่าอย่าทำแบบนี้ คือถ้ารู้เราก็จะพยายามรั้งเขาตลอด ไม่มีใครอยากให้เกิด ถามว่าระยะเวลาจากครั้งนั้นจนถึงตอนนี้นานมั้ย เมย์จำไม่ได้ จำได้แค่ระยะเวลาหลักเดือนค่ะ เขาส่งสัญญาณมาเรื่อยๆ เราเห็นแต่ก็มองข้าม คิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะเราเป็นคนปกติไม่ได้คิดอะไร ด่าหรือบ่นก็จบ แต่สำหรับเขา เขาเก็บจริงๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยด่าใคร เลยไม่คิดว่าเขาจะตัดสินใจแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง”

“ด้านสภาพจิตใจพ่อกับแม่แย่ค่ะ เราก็ให้กำลังใจกันด้วยการกอด พูดอะไรมากไม่ได้นอกจากบอกว่าสู้ๆ สำหรับเมย์ฮาฟคือพี่ชายที่แสนดี ถึงเขาจะอารมณ์ร้ายบ้าง ตอนเด็กๆ ทะเลาะกันตามประสาพี่สาน้องสาวบ้าง แต่โดยรวมแล้วดีค่ะ เมย์อยากจะบอกเขาว่าไม่ต้องห่วงและเป็นกำลังใจให้เมย์ด้วย เขาไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้ว หลังจากนี้เมย์จะเป็นเสาหลักแทนให้”  น้องสาวของเหมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

พ่อ ดร.ภิญโญ ดีใจแพรวายอมชดใช้คดี 9 ศ พ แต่เงินทดแทนชีวิตลูกชายไม่ได้

(6 ..62) จากกรณี นายกรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ ได้รับมอบอำนาจจากครอบครัว ..อรชร หรือแพรวา เทพหัสดิน อยุธยา นำเงินจำนวน 41,755,050.79 บาท มาวางที่ศาลเพื่อเยียวยาให้กับผู้เสียหายคดีซีวิคชนรถตู้ 9 ศ พ ตามที่ศาลมีคำพิพากษา

 แพรวา มอบอำนาจทนายหนุ่ม กรรชัย จ่ายเงินเยียวยา 41 ล้าน ยังขาดอีก 8 แสน

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 125 .5 .บ่อแร่ .วัดสิงห์ .ชัยนาท พบนายโสภณ จินันทุยา อายุ 73 ปี และ นางบังเอิญ จินันทุยา อายุ 63 ปี พ่อแม่ของ ดร.ภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี ผู้ช่วยคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 ในเหยื่อของ แพรวา 9 ศ พ เพื่อสอบถามและพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว

นางบังเอิญ จินันทุยา แม่ของ ดร.ภิญโญ เผยว่า ซึ่งของใช้ของลูกชายยังอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งโน้ตบุ๊ก นาฬิกาที่ใส่ ยังอยู่ที่เดิมไม่เคยเปลี่ยนคือที่รูปหน้าศ พ พอรู้สึกคิดถึงลูกก็จะมานั่งมองที่รูปเป็นประจำ

ด้านนายโสภณ จินันทุยา พ่อของ ดร.ภิญโญ เปิดเผยว่า สิ่งที่ครอบครัวแพรวาจะชดเชยนั้น ไม่สมกับสิ่งที่เราต้องสูญเสียคือลูกชายคนโต มันไม่สามารถเทียบกันได้ ลูกชายไปเรียนเมืองนอกมาเป็นเวลา 7 ปี เพื่อครอบครัวของเรา และครอบครัวของเขา ที่เพิ่งสร้างกับภรรยาไม่กี่ปี ต้องมลายสูญหายไป อนาคตที่สดใสกำลังรออยู่ ไม่ว่าเงินจะมากขนาดไหนก็ไม่สามารถทดแทนชีวิตลูกได้ แต่ก็ดีใจที่หลายๆ ครอบครัวที่สูญเสียจะได้เงินชดเชยคืนหลังเรื่องนี้ถูกดองไปหลายปี ต่อไปต้องรอดูผลการดำเนินงานของทาง รมต. กระทรวงยุติธรรม ว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร และควรที่จะเยียวยาให้เร็วที่สุดหากได้ข้อยุติ

เหตุผลที่ อ า ห า ร 9 อย่าง ไม่ควรแช่ในตู้เย็น

เหตุผลที่ อ า ห า ร 9 อย่าง ไม่ควรแช่ในตู้เย็น

ส่วนใหญ่เวลาที่เราซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร หรือ ผัก ผลไม้ที่ทานไม่หมด เรามักจะนำเข้าตู้เย็น เพราะ มีความเชื่อว่า การนำวัถุดิบไปเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น จะทำให้ยืดอายุ ผัก ผลไม้ ให้นานมากขึ้น ช่วยเก็บรักษา และ ถนอมอาหารไว้ได้นานขึ้น แต่ก็ยังมีวัถุดิบอีกหลายอย่าง ที่เราไม่ควรจะนำไปแช่ในตู็เย็น เพราะ อุณหภูมิที่เย็น และ แห้ง ในตู้เย็นนั้น ทำให้กระบวนการสุกไม่เป็นไปตามธรรมชาติ หรือ พืชผัก ผลไม้ หรือ วัตถุดิบ บางชนิดไม่ได้ทนต่อความเย็น ทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง รสชาติเปลี่ยนไป หรือ อาจเสี ง่ายกว่าเดิม ซึ่งวันนี้เราก็ได้นำ 9 วัตถุดิบ ที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นมาฝากทุกคน

 

ทางรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูล โดยได้ไปสัมภาษณ์ผู้มีความรู้ด้านนี้จาก ดร.ภมรินร์ ไวเมลืองอรเอก อาจารย์ประจำ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ท่านได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ อาหารบางประเภทที่ไม่ทนต่อความเย็น ทั้ง 9 อย่าง ว่าเป็นความจริงที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น ไว้ดังนี้

1. มะเขือเทศ

การนำมะเขือเทศไปแช่เย็น จะเป็นการไปยับยั้งกระบวนการสุกของมะเขือเทศตามธรรมชาติ ทำให้มะเขือเทศนั้นเละ และ มีรสชาติความอร่อยไม่เท่าการวางไว้ในอุณหภูมิห้อง

2. กระเทียม

กระเทียมเป็นพืชที่ชอบอากาศแห้ง และ มีลมถ่ายเทได้สะดวก กระเทียมนั้นสามารถดูดความชื้นเข้ามาเก็บไว้กับตัวเองได้สูง ดังนั้นหากเก็บไว้ในตู้เย็นนานๆ อาจจะมีการงอกของต้นกระเทียมได้ และ อาจขึ้นราได้ การเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง และ ที่ๆมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกจะสามารถเก็บไว้ได้นานกว่า

3. หัวหอม

หัวหอมก็เป็นผักที่มีความชื้นสูงเช่นกัน ควรเก็บไว้ในที่แห้ และมีอากาศถ่ายเท การนำหัวหอมไปเก็บไว้ในตู้เย็นจะทำให้เกิด าได้ง่ายขึ้น แต่ในกรณีที่มีการปอกเปลือก หรือหั่นแล้ว ควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของ ที รี

4. โหระพา

โหระพานั้น จะมีความอ่อนไหวต่อความเย็น หากเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ จะทำให้เกิดอาการสะท้านหนาว จะทำให้ใบมีความช้ำ เป็นสีดำ และหลุดร่วงได้ง่าย ถ้าอยากเก็บโหระพาให้ได้นานๆ ให้ใช้วิธีปักแช่น้ำไว้ แล้วทำการเปลี่ยนน้ำทุกวันหรือ 2 วันครั้ง

5. แตงโม

จากงานวิจัยพบว่า การเก็บแตงโมทั้งลูกไว้ที่อุณหภูมิห้องนั้น จะทำให้สามารถ รั ตี้ออกซิแดนซ์ได้ดีกว่าการนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ถ้าหากเป็นแตงโม ที่มีการผ่ หรือหั่นจากเปลือกแล้ว ก็ควรเก็บในตู้เย็นจะดีกว่า

6. กาแฟ

กาแฟควรเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง มีภาชนะปิดมิดชิด กาแฟนั้นมีความสามารถในการดูดกลิ่นได้ดี หากเรานำกาแฟไปเก็บไว้ในตู้เย็นแล้วปิดไม่ดี กาแฟจะไปดูดกลิ่นของผัก ผลไม้ที่อยู่ในตู็เย็นมา อาจทำให้รสชาติที่ได้รับเวลาชงดื่มไม่ดีไปด้วย

7. น้ำผึ้ง

หากนำน้ำผึ้งไปแช่เย็น จะทำให้ตกผลึก เวลาจะนำมาใช้ก็จะยุ่งยากในการเทออกมา แต่ถ้าหากอยากจะแช่ในตู็เย็น เวลาจะใช้ก็เพียงแค่นำขวดใส่น้ำผึ้งมาแช่กับน้ำอุ่นก็ได้

8. น้ำมันพืช

น้ำมันพืชไม่มีความจำเป็นที่จะนำไปเก็บในตู้เย็น หรืออุณหภูมิเย็น เพราะไม่มีปัจจัยสำหรับไปกระตุ้น การทำให้เกิดจุ ลิ รี ย์ อยู่แล้ว

9. ขนมปังแผ่น

หากเรานำขนมปังไปเก็บในที่ที่อุณหภูมิต่ำ หรือเย็น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโมเลกุลแป้ง ซึ่งจะทำให้ขนมปังมีความแห้ และหยา บกระด้า แต่ถ้าหากอยากจะเก็บขนมปังไว้กินนานๆ แนะนำให้เก็บเข้าช่องแช่แข็งไปเลย เวลาจะรับประทาน ก็แค่นำออกมาตั้งที่อุณหภูมิห้อง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ชัวร์ก่อนแชร์ดร.ภมรินร์ ไวเมลืองอรเอก

ความรู้ทั่วไป ทั้งหมด

เฮง จริงๆ ศิริพร อำไพพงษ์ถูกลอตเตอรี่ชุดใหญ่หลายแสน งวด 1 ส.ค.

ทำเอาแฟนเพลงและคอหวยเสียดายกันยกใหญ่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศิริพร อำไพพงษ์ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เพิ่งถอยรถตู้คันใหม่ป้ายแดงมาเชยชม และแฟนๆ ที่เห็นก็ถึงขั้นซูมเลขทะเบียน และเอาไปซื้อลอตเตอรี่กันใหญ่

และหลังจากที่ผลสลากกินแบ่งงวดวันที่.. ประกาศออกมา ศิริพรก็ได้โพสต์ภาพที่ถือลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลเลขท้ายสองตัว 58 แม้จะไม่ใช่เลขทะเบียนรถคันใหม่ แต่ต้องบอกเลยว่าศิริพรดวงดีจริงๆ และคราวนี้ก็ถูกถึง 2 ชุดใหญ่ นับแล้วหลายใบมาก พร้อมกับเขียนแคปชั่นไว้ด้วยว่า

สาธุ บุญบารมีที่ลูกตั้งใจสร้างถวายทาน ดลบันดาลไห้ลูกมีโชคลาภลอยอีกครั้ง วันนี้เฮงๆ 2 ชุดใหญ่ค่ะ

และยังไม่แค่นั้น เพราะว่าศิริพรที่ได้ออกมาโพสต์ตามแคปชั่นว่า “ขอขอบคุณสิ่งดีๆที่เข้ามาในชีวิตเพิ่มอีก15 ใบรางวัลที่5 ค่ะงวดต่อๆไปขอ fc ทุกคนโชคดีเหมือนๆกันอีกนะค่ะสาธุสาธุสาธุ…”

ภาพลอตเตอรี่ชุดใหญ่ 15 ใบ และบอกว่าถูกรางวัลที่ 5 ด้วย ซึ่งคิดแล้วก็เป็นเงินกว่า 3 แสนบาท นี่ยังไม่นับที่ถูกเลขท้ายก่อนหน้านี้ด้วยนะ เรียกว่ารับทรัพย์ไปเต็มๆ งวดนี้ 1 ..

นอกจากแฟนๆ จะเข้ามาแสดงความยินดีกับศิริพรแล้ว ก็มีแต่คนบอกว่างวดหน้าขอให้พี่นางโชว์ลอตเตอรี่ที่ซื้อให้ดูบ้าง เผื่อจะเฮงไปด้วยกัน